ใส่ความเห็น

เริ่มต้นกับ Window , Button และ Label

  การพัฒนาโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น Web หรือ จะเป็น  Application ต่าง ๆ ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ  User Interface โดยที่ ทาง Titanium Studio เองนั้น ไม่ได้เตรียมเครื่องมือสำหรับการสร้าง UI ในลักษณะของ Visual มาให้จังทำให้เราต้องทำการสร้าง UI ขึ้นเองด้วยการ Coding ดังนั้น ในบทความต่อจากนี้จะเป็นการเริ่มต้นการสร้าง UI จากพื้นฐานทีสุดนั้นก็คือ Window

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม mobidevthai.com

ใส่ความเห็น

รู้จักโครงสร้างของ Project ใน Titanium Studio

โครงสร้างของ Project

โครงสร้างของ Project แต่ละ ​Project นั้นจะมี โครงสร้างที่เหมือนเกือบทั้งหมด โดยใน Version ล่าสุดของ Titanium Studio นั้น จะประกอบไปด้วย Folder หลัก ๆ อยู่ 2 Folder นั้นก็คือ i18n และ Resources พร้อมทั้งยังมี File ที่เป็น File Log และ License ต่าง ๆ ของ ตัว Titanium Studio เอง และที่สำคัญที่สุด ใน Root ของ Project นั้น ๆ ก็คือ ไฟล์ tiapp.xml

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.mobidevthai.com/2012/07/project-titanium-studio.html

ใส่ความเห็น

ติดตั้ง Titanium Studio และเริ่มใช้งาน Titanium Studio

ติดตั้ง Titanium Studio 

ก่อนจะไปถึงการติดตั้งเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าครับ ในเรื่องของการ พัฒนาโปรแกรมนั้น หากคุณต้องการพัฒนา Application บน iOS นั้น ต้องดำเนินการบน Mac OS เท่านั้น ส่วน Platform Android นั้น สามารถเลือกพัฒนาได้ทั้ง Mac และ Windows นะครับ

การติดตั้ง

สำหรับ Mac OS นั้นสามารถทำการติดตั้งได้อย่างง่ายดายครับ อย่างแรกที่ต้องทำเลยคือทำการ ติดตั้ง Xcode ครับ สามารถ Download ได้จากใน App Store ได้เลยครับ ส่วนหากต้องการพัฒนาบน Android ก็ให้ติดตั้ง Android SDK และหลังจากนั้นก็ทำการติดตั้งตามขั้นตอนที่ปรากฏขึ้นมาได้เลย

ส่วน Window 7 อันนี้ค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อยอันดับแรกที่ต้องทำก็คือจะต้องทำการติดตั้ง JDK Version 1.6  ย้ำนะครับว่าต้อง Version 1.6 เท่านั้น!!!  

หลังจากทำการติดตั้งแล้ว ก็ต้องทำการกำหนดค่าเพื่อทำการเรียกใช้ Java ด้วยการเพิ่ม JAVA_HOME ในส่วนของ System Variable โดยเข้าจาก

Control Panal >> Sysytem >> Advanced >> Environment Variable

จากนั้นให้ทำการกำหนดค่าดังต่อไปนี้

  • Variable Name : JAVA_HOME
  • Variable Value : <Path ที่ได้ทำการติดตั้่งตัว JDK เอาไว้ เช่น D:\Java\jdk1.6.0_24>
  • จากนั้นให้เพิ่ม ;%JAVA_HOME%\bin
    ลงใน Variable ที่ชื่อว่า Path ต่อท้ายที่ช่อง Variable Value

ขั้นตอนต่อมาก็คือการ Install Android SDK ก่อนอื่นเลยก็ต้องไปทำการ Download Android SDK ติดตั้งให้เรียบร้อยทีนี้เราก็พร้อมที่จะเริ่มการใช้งาน Titanium Studio กันแล้วนะครับ

วิธีการใช้งานเบื้งต้นติดตามกันต่อได้ที่  http://www.mobidevthai.com/2012/07/titanium-studio-titanium-studio.html

ใส่ความเห็น

Titanium Studio

Titanium Studio คืออะไร 

Titanium Studio เป็น Tools จาก Appcelerator, Inc.  สำหรับสร้าง Application แบบ Cross-Platform ในลักษณะของ Native Application ซึ่งนั้นก็จะหมายถึง Application ที่ถูกสร้างด้วย Titanium Studio นี้ จะมีความสามารถเทียบเท่ากับ Application ที่ถูกเขียนขึ้นด้วย ภาษาเฉพาะเจาะจงของแต่ละ Platform นั่นเอง

 

แล้วมันมีดีอย่างไรหล่ะ……เรามาเจาะจงเป็นข้อ ๆ เลยดีกว่าครับ

1. ภาษาที่ใช้เขียนนั้น เป็น ลักษณะของ Script ซึ่งนั่นก็คือ Javascript นั่นเอง ซึ่ง หากเคยสร้าง Web Application ขึ้นมาเอง หรือ เคยผ่านการทำ Web มาแล้วย่อมมี Skill ที่ใช้เขียนได้อย่างไม่ยากเกินไป

2. เขียนโปรแกรมเพียงแค่ครั้งเดียวสามารถรันได้ทุก ๆ Platform นั่นหมายถึง หากคุณเขียนโปรแกรมให้กับ iOS แล้ว Code ที่ได้เขียนไว้ ก็ จะสามารถนำไปใช้กับ Android ได้อีกด้วย (อาจจะมีการแก้ไขบ้าง เนื่องจาก การใช้งานบางอย่างอาจจะไม่เหมือนกัน)

3.  มี Developer ใช้ Tools ตัวนี้อยู่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งบางบริษัทใหญ่ ก็ ยังใช้ Tools ตัวนี้ในการ พัฒนา เช่น Paypal, ebay เป็นต้น

4. สำคัญที่สุดครับ   ฟรี!!!!!!!!  แต่หากว่าคุณต้องการการ Support ต่าง ๆ ก็อาจจต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

5. Interface ของ Tools นั้น เป็น  Eclipse-based IDE  พร้อมทั้งยังมี Feature Cloud มาให้อีกด้วย


แล้วข้อเสียของมันหล่ะ…..มีครับ

1. Performance โดยรวมนั้นอาจจะไม่สามารถเทียบกับ Native Application ที่ถูกเขียนด้วยภาษาเฉพาะเจาะจงได้ แต่ก็ ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

2. ไม่มี Interface Builder ให้ใช้ ถูกต้องครับ เขียน Code ล้วน ๆ แต่ก็ มีคนทำ Plugin สำหรับการ สร้าง UI ขึ้นมา ครับ เช่น  Forged UI, Visual-IDE  เป็นต้น

3. เมื่อคุณติดปัญหา…หาคนช่วยแก้ปัญหาค่อนข้างลำบาก แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไปนัก (หากไม่ได้เขียน Application แบบแปลก ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนเขียนกัน)

เอาหล่ะครับ ตอนนี้ทุกท่านก็ได้รู้จักกับ  Titanium Studio รวมทั้งข้อดึและข้อเสียกันแล้ว ก็ ถึงเวลาที่จะต้องลงมือทำกันแล้วครับ
รายละเอียดเพิ่มเติ   http://www.mobidevthai.com/2012/07/titanium-studio.html
2 ความเห็น

เขียนโปรแกรม ให้ iOS กับ Android ????

เขียนโปรแกรม ให้ iOS กับ Android ????

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การเขียนโปรแกรมใด ๆ เพื่อที่จะให้สามารถทำงานได้บน โทรศัพท์มือถือระบบปฎิบัติการนั้น ๆ ต้องเริ่มจากการที่เราต้องเรียนรู้ภาษาที่ใช้ สำหรับสร้างมันขึ้นมา

โดยที่เราสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อให้สามารถทำงานได้ทั้งหมด 3 วิธีด้วยกัน ประกอบด้วย Native Application, Web Application  และ Hybrid Application โดยที่แต่ละประเภทก็อาจจะมีแตกแยกย่อยลงไปอีกมากมาย โดยที่มันแล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล แล้วแต่ละประเภทมันคืออะไรบ้างหล่ะ เราไปดูกัน

 

Native  Application

การเขียนโปรแกรมประเภทนี้จะต้องเขียนตาม ข้อจำกัดของแต่ละ OS  ซึ่งกรณี ของ iOS นั้นก็จะต้องใช้ Xcode เพื่อทำการพัฒนา และใช้ ภาษาที่เรียกว่า Objective-C  และหากเป็นกรณีของ Android นั้นก็ต้องใช้ Java  โดยใช้ Tools ต่าง ๆ เช่น  eclipse เป็นต้น ข้อดีของมันก็คือ Performance เต็ม 100% ไม่ต้องกลัวว่าจะ ไม่ได้รับการ Support

ส่วนข้อเสียก็คือ ในกรณีของ Objective-C นั้นต้องใช้เวลาในการ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งในประเทศไทยนั้นข้อมูลค่อนข้างน้อย ถึงน้อยมาก ส่วนทางฝั่งของ Android  นั้นเป็น Java ก็ค่อนข้างจะหาข้อมูลได้ง่ายครับ

Web Application

การเขียนโปรแกรมประเภทนี้นั้น เรียกได้ว่า เป็นการเขียน Application ที่ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องการที่จะใช้ ความสามารถต่าง ๆ ของโทรศัพท์ อื่น ๆ เช่น กล้อง, GPS เป็นต้น พอเขียนเสร็จก็ Publish ขึ้น Web Server แล้วเขียน Native Application เพื่อดึงมาแสดงผล ก็จะคล้าย ๆ กัย การเอามือถือเข้า Web น่ันแหละครับ

ข้่อเสียก็คือ ไม่สามารถเรียกใช้ Feature ต่าง ๆ ของเครื่องได้เลย Performance นั้นก็ขึ้นอยู่กับ  Network และความเร็วของ Server ที่เรียกใช้ ซึ่งถ้าใช้  3G ในบ้านเราก็คง……..(เติมเอาเองแล้วกันนะครับ)

Hybrid Application

การเขียนโปรแกรมประเภทนี้ แค่ชื่อก็บ่งบอก เอาไว้แล้วว่า มันเป็น ลูกผสม โดยที่เราสามารถที่จะใช้ Skill  ของการพัฒนา แบบ Web View เพื่อติดต่อกับ Hardware บนเครื่องได้  โดยการทำงานของมันคือ เราต้องพัฒนาอยู่บน Framework เฉพาะ โดยที่เราใชแค่ Skill ของการเขียน Javascript HTML5 หรืออื่น ๆ ข้อดีของมันคือ ใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้ Framework ไม่นาน (ต้องมี Skill Javascript อยู่บ้างนะครับ)

ข้อเสียก็คือ Performance ที่ได้นั้น จะได้ไม่เหมือนกับ Native App แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากจนมีนัยสำคัญ แต่อย่างใด

เอาหล่ะในเมื่อเราได้รู้ถึงวิธีการเขียนโปรแกรมบน iOS และ Android แล้ว เราก็ต้องมาเลือกกันหล่ะครับ ว่าเราจะพัฒนาด้วยวิธีไหน…………..ส่วนตัวกระผมนั้น ขอเลือก แบบ Hybrid ครับ เพราะว่า มันใช้เวลาศึกษาไม่นาน ใช้ Skill Javascript ที่เราพอจะมีอยู่บ้างไม่มากก็น้อยในการพัฒนา ส่วน Tools  หรือ Framework ที่เราจะนำมาใช้ในที่แห่งนี้ก็คือ  Titanium Studio จากทาง  Appcelerator นั่นเอง

 

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mobidevthai.com/2012/07/ios-android.html